|
จะเริ่มต้นอย่างไรดี
หลังจากตกลงปลงจะแต่งงานกันคู่รักมักมีคำถามตามว่าจะเริ่มต้น
เตรียมงานอย่างไรถ้าเป็นสมัยโบราณฝ่ายชายจะจัดผู้ใหญ่ที่รู้จักกันทั้งสอง
ฝ่ายเป็นเถ้าแก่ไปทาบทามว่าฝ่ายหญิงเต็มใจจะให้มาสู่ขอหรือไม่ แต่
ปัจจุบันขั้นตอนนี้ไม่จำเป็นแล้วเพราะชายหนุ่มหญิงสาวใกล้ชิดกันมากขึ้น
เมื่อจะแต่งงานจึงเริ่มการปรึกษาพ่อแม่จะให้จัดการอย่างไรบ้าง
เมื่อเข้าใจ
ตรงกันแล้ว ฝ่ายชายก็นัดวันไปสู่ขอได้เลยจะให้คุณพ่อไปเจรจา
หรือหา
เฒ่าแก่ผู้ใหญ่ไปช่วยพูดก็ได้ ในวันที่สู่ขอโดยมากจะพูดคุยเกี่ยวกับสินสอด
ทองหมั้นและการจัดงานด้วยซึ่งเรื่องนี้ว่าที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวก็ควร
จะคุยกับ
ผู้ใหญ่ของตนไว้บ้างแล้ว |
|
ประเพณีแต่งงานไทยสินสอดมากน้อยแค่ไหนจึงเรียกว่าพองาม
คำถามข้อนี้ไม่มีคำตอบแต่ก็พอจะมีแนวทางได้บ้างว่าให้ดูจากพี่น้องญาติสนิทที่เพิ่งแต่งงานไป
ที่สำคัญคือ
ต้องอย่าให้
เกินกำลัง
จนถึงต้องกู้หนี้ยืมสินเพียงแสดงตามตั้งใจดีและจัดให้เห็นว่าฝ่ายชาย
มีความสามารถในการ
ทำงาน
และเก็บออมอีกทั้ง
มีฐานะพอสมควร
ที่จะดูแลเจ้าสาวได้ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิง
ก็น่าจะชื่นชมแล้ว
สินสอดนี้ถือเป็นทรัพย์ที่ฝ่ายชายมอบให้ผู้ปกครอง
ของฝ่ายหญิงเป็นเครื่องตอบแทน
ที่หญิงยอมสมรส ซึ่งก็
หมายความว่าสินสอดเป็นสิทธิ์ขาดของผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงท่านอาจเก็บไว้
หรือมอบให้เจ้าสาวเป็นทุนติดตัวมา
หรือนำไปเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดงานก็ได้ในกรณีผู้ใหญ่ฝ่ายหญิง
เรียกร้องสินสอดสูงมาก
ฝ่ายชายก็อาจขอให้กองทุน
เท่ากัน
แล้วให้มอบ
เงินนั้นแก่เจ้าบ่าวเจ้าสาว
อีกประเด็นหนึ่งที่เป็นปัญหาก็คือถ้าสินสอดสูงมาก
หรือต้องกู้ยืมมา
ฝ่ายชายบางรายก็คิดจะขอเงินคืน
คือนำมาเข้าพิธีพอให้มีหน้ามีตาเท่านั้น ซึ่งก็ฟังดูไม่สวยงามนัก
น่าจะใช้วิธี
ให้ฝ่ายหญิง
ช่วยออกค่าใช้จ่ายในส่วนอื่นๆแทนหรือถ้าจะให้ดี ก็ลดจำนวนสินสอดลงเหลือเท่าที่ไม่เดือดร้อน
หากเกรงว่าใครจะ
วิิพากษ์วิจารณ์ก็เลี่ยงไปจัดงานหมั้นเล็ก ๆ
เป็นส่วนตัวเฉพาะครอบครัว
คนอื่นจะได้ไม่ต้องมาวุ่นวาย
คอยดูว่าิสินสอดของเรา เท่าไร |
|