ในวันสำคํญของว่าที่เจ้าสาว ชุดแต่งงานเป็นสิ่งที่มีความสำคัญที่สุด ที่ผู้ที่มาในงานต่างจับจ้อง เป็นสายตาเดียว
ในครั้งแรก
ที่ก้าวเข้ามาในงาน องค์ประกอบก่อนที่คุณจะตัดสินใจมีชุดสวยในวันสำคัญ มีให้คุณได้ศึกษาเป็นข้อ ๆ ดังนี้

การเลือกชุดแต่งงาน คุณควรเริ่มต้นแต่เนิ่น ๆ ไม่น้อยกว่า 6 เดือน เหตุเพราะว่าในการตัดเย็บชุดแต่งงานนั้น
ช่างเสื้อต้อง
ใช้เวลาในการออกแบบ และตัดเย็บเป็นเวลานาน ต้องใช้ความละเอียดอ่อน และความปรานีตในการตัดเย็บ
คุณควรเผื่อเวลาสำหรับ
ลูกค้าคนอื่น ๆ ของทางร้านด้วย เพราะคุณคงไม่ได้เป็นลูกค้าเพียงคนเดียวที่ตัดชุด
กับร้านที่คุณเลือกใช้บริการอย่างแน่นอน
ถ้าหากคุณมีเวลาในการหาชุดแต่งงาน น้อยกว่า 6 เดือน ควรเน้นรูปแบบชุดที่เรียบง่าย หรื่อแบบที่เน้นดีไซน์
มากกว่าการ
เน้นลวดลายการปักเลื่อม แต่ถ้าไม่ใ้ช้บริการตัดเย็บ การเลือกเช่าชุดแต่งงานที่ทางร้านมีไว้ให้บริการอยู่แล้ว
ก็เป็นอีกหนทางหนึ่ง ในการประหยัดเวลา มีว่าที่เจ้าสาวหลายท่านที่นิยมใช้บริการเช่าชุด เพราะประหยัดทั้งเวลา และงบประมาณ
เป็นที่น่าสังเกตุว่าทุกวันนี้ หากไปเดินตามงาน Wedding Fair ต่าง ๆ ที่มีจัดกันอยู่มากมาย จะเป็นร้านชุดวิวาห์ที่
มีการ
ให้บริการตั้งแต่ การถ่ายภาพแต่งงาน ให้เช่าชุดวิวาห์ แต่งหน้า ทำผม เจ้าสาว ฯลฯ แบบนำมาให้บริการกันครบวงจร
ข้อพิจารณาที่
คุณผู้หญิงควรให้ความสำคัญซักหน่อยคือ ร้านสตูดิโอบางแห่ง ไม่ได้ตัดเย็บเอง เพียงแต่ซื้อมาโรงงานผู้ผลิตอีกต่อ
บางร้านอาจมีช่าง
ออกแบบ และตัดเย็บเอง สิ่งนี้หากคุณต้องการตัดชุดเอง คุณควรให้ความสำคัญจากร้านที่มีนักออกแบบ
และช่างตัดเย็บเอง จะดีที่สุด
เพราะในการตัดชุดนั้น อาจต้องมีการปรับแก้หลายครั้ง คุณอาจมีปัญหาในการสั่งซื้อ
และแก้ไขชุดในภายหลัง

- ลองหาข้อมูลจากนิตยสาร หรือจากห้องเสื้อต่าง ๆ ใน Internet เพื่อเปรียบเทียบราคา และคุณภาพ ก่อนตัดสินใจ
หรือ
โทรติดต่อพูดคุย จากร้านหลาย ๆ ร้าน
- สอบถามเพื่อน ๆ หรือคนที่มีประสบการณ์ เพราะจะเป็นผู้ที่ให้ข้อมูลที่ดีสุด ในการแนะนำร้าน และแนะแนวปัญหาต่าง ๆ

คุณควรมีร้านที่ถูกใจไว้ในใจ ไม่น้อยกว่า 3 - 4 ร้าน เพื่อไว้พิจารณา จากนั้นให้เิริ่มเดินทางช๊อปปิ้ง ดังนี้
1. โทรนัดเวลา กับห้องเสื้อ เพื่อกำหนดเวลาที่แน่นอน เพราะหากคุณเดินทางไปโดยไม่มีการติดต่อล่วงหน้า
คุณอาจเกิด
ปัญหาเรื่องการต้อนรับแบบฉุกละหุกจากห้องเสื้อ เนื่องจากอาจเป็นเวลาที่มีลูกค้าท่านอื่นใช้บริการอยู่ก็เป็นได้
ทั้งนี้เป็นการอำนวย
ความสะดวกเรื่องเวลาให้กับตัวเราเอง และกับห้องเสื้อด้วย
2. ควรหาเพื่อนสนิท หรือญาติ ๆ ไปร่วมช่วยตัดสินใจ เพราะพวกเข้าจะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยคุณตัดสินใจ ในเรื่อง
แบบของชุด ว่าเหมาะสมหรือไม่
แต่บางครั้งอาจเกิดปัญหาว่า เขาเหล่านัี้นอาจเป็นสิ่งที่สร้างความเครียด หรือความโลเล ในการ
ตัดสินใจของคุณได้ ทางออกที่ดีที่สุดคือฟังหูไว้หู และดูตามคำแนะนำจากพนักงานของร้าน เพราะพนักงานจะมีประสบการณ์
ในการ
เลือกแบบที่เหมาะกับตัวเรา ซึ่งตัวเราเอง และผู้ติดตามควรอาศัยคำแนะนำของพนักงานรวมกันไป
3. หลีกเลี่ยงการเดินทางในวันหยุด เสาร์ - อาทิตย์ วันนักขัตฤกษ์ หรือวันธรรมดาหลังเลิกงาน เหตุเพราะว่าเป็น
ช่วงเวลา
ที่ทางร้านอาจมีแขกมาใช้บริการมากกว่าช่วงเวลาปกติ ซึ่งทำให้ไม่สามารถต้อนรับคุณได้อย่างเต็มที่ เวลาที่เหมาะสม
ควรเป็นเวลา
เริ่มเปิดร้าน ตอนเช้า หรือช่วงกลางวันของวันธรรมดาจะดีกว่า

การพูดคุยกับพนักงานของห้องเสื้อ ควรเผื่อใจไว้ อย่าเชื่อในทุกสิ่งที่คุณได้ยินไปทุกเรื่อง เมื่อคุณสงสัย ในเรื่องใด
ให้สอบ
ถามเพื่อเพิ่มความกระจ่าง สิ่งที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจ มีดังนี้
1. รูปแบบของดีไซส์ และโทนสีของชุดแต่งงาน ที่เหมาะกับตัวคุณ ควรลองชุดไว้หลาย ๆ แบบ เพื่อช่วย
ในการตัดสินใจ
2. เลื่อกแบบที่เหมาะกับการแต่งหน้า และทรงผม มีเจ้าสาวน้อยรายที่จะมีโอกาสได้ ลองชุด พร้อมกับแต่งหน้า
ในวันเดียว
ทางเลือกที่ดีที่สุด ถ้ามีโอกาสเป็นไปได้ควรแต่งหน้า และทำผมในวันลองชุดด้้วย เพื่อสามารถกำหนดสไตล์
ให้เข้ากันได้ระหว่าง
ชุดแต่งงาน ทรงผม และการแต่งหน้า
3. สอบถามเรื่องแบบ และราคาของชุดแต่งงาน แต่ละแบบ พร้อมกำหนดงบประมาณให้พนักงานทราบก่อน
เพืี่ื่อง่ายต่อ
การให้คำแนะนำจากพนักงาน
4. เรื่องการปรับแก้ไขชุด หรือการเพิ่มเติมรายละเอียดของชุดแต่งงาน ให้สอบถามเรื่องราคาจากทางร้านว่ามีการเพิ่ม
ค่าใช้จ่ายอีกหรือไม่ อย่างไร
5. รายละเอียดเรื่องกำหนดเวลาการส่งมอบชุด การแก้ไขไซต์ในกรณีไ่ม่เหมาะกับรูปร่าง กรณีส่งมอบชุด ไม่ตรง
ตามกำหนด
หรือกรณีที่ทำให้เกิดความสายหายอื่น ๆ การวางเงินมัดจำ การชำระเป็นรายงวด ฯลฯ
คุณควรให้ร้านทำสัญญา
ซึ่งมีรายละเอียด
ของสิ่งเหล่านี้รวมอยู่ในสัญญาด้วย
........................................................................ |
บทความโดย:: Centerwedding.comm |
|
จำนวนผู้เยี่ยมชม ::
|
|
ครั้ง |
|
|