Please wait...

wedding all wedding
ฤกษ์แต่งงาน เวบแต่งงาน wedding weddingboard ชุดวิวาห์
ชุดไทย
ถ่ายภาพแต่งงาน
ตากล้องวันงาน
สถานที่แต่งงาน
รับจัดงานแต่งงาน
โต๊ะจีน
พานขันหมาก
จัดดอกไม้
ช่างทำผมเจ้าสาว
presentation wedding
ดนตรี วงดนตรีงานแต่งงาน
แหวนแต่งงาน
ชุดวิวาห์
 

ชุดแต่งงานwedding


wedding ชุดวิวาห์

             1. อย่าเลือกชุดแต่งงานที่มีขนาดพอดีตัว หรือเข้ารูปจนเกินไป
              เหตุผลเพราะชุดแต่งงานที่ไม่เข้ารูปเกินไป จะสามารถเก็บให้เข้ารูปกับตัวเจ้าสาวได้ภายหลัง เพราะหากตัดชุดแต่งงาน
หรือเลือกซื้อชุดแต่งงานที่พอดีตัวเกินไป หากถึงเวลาแล้วรูปร่างคุณอาจะอ้วนขึ้นเล็กน้อย ก็ทำให้การสวมใส่ชุดเจ้าสาว เกิดความ
อึดอัดได้


             2. ปรับความเข้าใจเกี่ยวกับความสวยของชุดแต่งงานบนไม้แขวน กับความสวยของชุดแต่งงานบนตัวคุณ
              คงเคยมีว่าที่เจ้าสาวหลายท่าน ที่ชอบชุดแต่งงานที่ดูแบบจากในนิตยสาร และชอบ จากนั้นก็ทำไปให้ดีไซต์เนอร์
ออกแบบร่างแพทเทริน์ แล้วตัดเย็บออกมาดูสวยงามมาก แต่เมื่อเจ้าสาวได้ใส่แล้วปรากฏว่า ชุดนั้นไม่เหมาะกับคุณเลย เรื่องนี้
เป็นเรื่องสำคัญ ทางแก้ไขคือ คุณควรต้องเลือกดูแบบที่คุณชอบไว้หลาย ๆ แบบ จากนั้นให้ปรึกษาดีไซต์เนอร์ ที่คุณไ้ว้ใจ และ
ควรลองชุดแต่งงาน ที่มีรูปแบบที่ใกล้เคียงกับแบบที่คุณชอบ ภายในร้าน ลองสวมใส่ หลาย ๆ ชุดแล้วคุณก็จะได้เข้าใจว่าแบบ
รูปทรงของชุดแต่งงาน แบบใดเหมาะกับคุณ


             3. อย่าลืมลองสวมใส่ชุดแต่งงาน ก่อนถึงวันงานแต่งงานจริง 2 สัปดาห์
             ว่าที่เจ้าสาวควรไม่ประมาท หรือเชื่อใจการตัดเย็บของห้องเสื้อที่คุณไว้วางใจ ควรมีการลองสวมใส่ชุดแต่งงานก่อน
ถึงวันพิธีแต่งงานจริง ประมาณ 15 วันเป็นอย่างมาก เพราะถ้าลองชุดแล้วเกิดคับ หรือหลวมเกินไป ยังพอมีเวลาแก้ไขได้ทัน
ถ้าลองชุดใน ระยะเวลาที่กระชั้นชิดเกินไป อาจเกิดปัญหาได้


             
6. ชุดแต่งงานที่ดี ควรจะแนบสนิทกับรูปร่าง
               การเลือกซื้อชุดแต่งงาน หรือชุดวิวาห์ แบบเปลือยหลังในขณะลองชุด ควรตรวจดูเวลาที่นั่น ให้สังเกตุของเสื้อ
ด้านหลังเพย้อ ออกมาหรือไม่ ถ้าขอบเสื้อด้านหลังเกิดมีการเพย้อ ออกมาก็ให้ช่างเย็บ จัดการแก้ไขให้เรียบร้อยต่อไป

             7. ชุดแต่งงานที่ใส่เสร็จแล้วให้ส่งร้านซักแห้งทันท
             การใช้ชุดแต่งงานเสร็จแล้ว เจ้าสาวบางท่านอาจเห็นชุดแล้วไม่สกปรก เลอะเทอะ อะไรเลย ในความเป็นจริงแล้ว
ความสกปรก หรือส่ิงเปรอะเปื้อนอาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า คุณอาจมองไม่เห็น
เพราะถึงคุณจะคิดว่าชุดแต่งงาน ของคุณไม่เลอะเทอะเลยแม้แต่น้อย แต่ก็เป็นไปได้ว่าอาจมีสารที่คุณ มองไม่เห็น
เช่น เหงื่อ หรือน้ำมันที่อาจทำให้เกิดคราบในภายหลังได้ (ถ้าไม่ส่งซักทันที)และควรหาร้านซักแห้งที่คุณมั่นใจ
ว่ามีประสบการณ์ ว่ามีประสบการณ์ในการซักชุดแต่งงานก่อนส่งซัก


             8. ถามทาง ร้าน wedding หรือดีไซน์เนอร์ว่าเราควรซักหรือเก็บชุดอย่างไร
      ตามปกติควรห่อด้วยกระดาษที่ปราศจากความเป็นกรดหรือฝ้าขาว จากนั้นให้ดึงชิ้นส่วนที่เป็นโลหะ ออกมาให้หมด
แม้แต่ฟองน้ำหนุนไหล่เพราะมันอาจะเป็นสนิมหรือยุ่ยได้ภายหลัง พับชุดให้เล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้ และเก็บในกล่องที่ปราศจาก
ความเป็นกรด เพื่อไม่ให้สีซีด โดยเก็บผ้าคลุมหน้าไว้ต่างหาก เก็บไว้ในที่แห้งและเย็น ความชื่นต่ำ ห่างจากแสงแดด
ฝุ่นหรือแมลงที่อาจทำลายเนื้อผ้า

 
 

แต่งงาน

               นอกเหนือจากเรื่องของการเลือกชุดเจ้าสาวให้เหมาะสมกับรูปร่างแล้ว การเลือกผ้ามาตัดชุดเจ้าสาวก็เป็นสิ่งที่
สำคัญไม่แพ้กัน เพราะผืนผ้าแพรพรรณเนื้อดีจะทำให้คุณดูก็หรูในชุดสุดงาม ช่วยเสริมจุดเด่นพรางจุดด้อยให้คุณได้อย่างดี
เราจึงมีเคล็ดลับการเลือกผ้าสวยให้เหมาะกับแบบชุดเจ้าสาวมาฝาก

ผ้าลูกไม้ (Chantily Lace)

               ผ้าชนิดนี้เด่นที่เนื้อนิ่มเบา ผืนผ้ามีเครือเถาและงดงามด้วยเชิงผ้าที่หยักโค้งทำให้ดูอ่อนโยน ถามราคาย่อมเยาว์
จะนำมาตัดเป็นชุดลูกไม้ทั้งตัวหรือจะนำมาต่อชายท่อนล่างเป็นกระโปรงรูดบานก็ดูเหมาะมาก

ผ้าลูกไม้ยกขอบ (Alencon Lace)

               เมื่อนำมาตัดชุดและปูทบลงไปบนผ้าพื้นชนิดอื่นจะทำให้ลวดลายของลูกไม้เด่นขึ้น เหมาะสำหรับเจ้าสาวที่ชอบ
ชุดแบบเรียบร้อย บางช่วงทำเป็นแขนยาวซีทรูโชว์ลายลูกไม้เห็นเนื้อของเจ้าสาวเล็กน้อยพอเซ็กซี่ก็เพิ่มจุดเด่นได้

ผ้าลูกไม้ดอกหนา (Venice Lace)

               เนื้อผ้าทอเป็นลายดอกนูนหนาต่อเป็นดอกติดกัน ส่วนมากมักนำมาตัดเซาะเป็นดอกเดี่ยว ๆ หรือเป็นช่อดอก
แล้วนำมาเย็บเพื่อตกแต่งลงไปบนส่วนต่าง ๆ ของชุดไม่ว่าช่วงแขน ช่วงเอวหรือกระจายไปตามกระโปรงสำหรับคนที่ไม่ชอบ
ตกแต่งเยอะแยะ

ผ้าลูกไม้ฉลุ (Cutwork)

               ผ้าลูกไม้แบบนี้จะมีลวดลายคล้ายงานปักฉลุ นำมาใช้ตกแต่งชุดให้ดูเด่นดึงสายตาเพื่ออำพรางจุดด้อยได้อย่างดี
จะปักเลื่อมพรางหรือลูกปัดผสมผสานลงไปเล็กน้อย ก็ดูมีเสน่ห์ไม่เบา

ผ้าลูกไม้ปัก (Embroidered Lace)

               ผ้าลูกไม้แบบนี้ถือเป็นงานปักที่วิจิตรมาก แต่ราคาจะค่อนข้างแพงอยู่สักหน่อย หากเลือกนำมาตัดชุดแต่งงาน
คุณควรได้รับการออกแบบและคำปรึกษาจากดีไซเนอร์ของคุณก่อน เพราะมีวิธีที่ต้องรับมือกับผ้าแบบนี้มากกว่าปกติ

ผ้าดัชเชสซาติน (Duchess Satin)

               เนื้อผ้ามีสองผิวสัมผัส ด้านหนึ่งเรียบเนียนเป็นเงาวาว แสนบอบบางเมื่อนำมาใช้ต้องระวังมากหน่อยเพราะถ้า
โดนเกี่ยวจะรันได้ง่ายมาก ส่วนอีกด้านสัมผัสจะสากกว่า โดยทั่วไปจะนำมาตัดชุดที่ไม่เน้นดีเทลมากนัก แต่จะเน้นรูปแบบ
ที่เรียบง่ายสะอาดสะอ้านกับคัตติ้ง เนี้ยบ ๆ เนื้อผ้าที่เรียบเนียนช่วยซ่อนปิดบังบางส่วนได้อย่างดีอีกทั้งไม่ยับง่าย

ผ้าออร์แกนซ่า (Organza)

               มีหลากหลายเนื้อ ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบที่นำมาทอ อาทิ ไหม ไนล่อน โพลีเอสเตอร์ เป็นต้น เนื้อผ้าแข็งบางใสอยู่ทรง
อีกทั้งโปร่งเบาได้ผิวสัมผัสที่แตกต่างไป เมื่อนำมาตัดชุดจะอยู่ทรงเป็นโครงสวยแม้นำมาทำกระโปรงจับจีบก็เป็นลอนงามเด่น
ถ้าปูทับผ้าชนิดอื่นก็โก้ไปอีกแบบ

ผ้าชีฟอง (Chiffon)

               ผ้าโปร่งเนื้อบางเบา เนื้อผ้าทิ้งตัว แต่ก็มีหลายหลายผิวสัมผัสทั้งแบบด้านอย่างชีฟองไหมเนื้อเบาพลิ้วนำมา
จับเดรป ที่ช่วงบนของชุดให้ละเอียดยิบช่วยทำให้ชุดดูหรูหราขึ้นมาถนัดตา หรือแบบมันวาวอย่างโพลีเอสเตอร์ หากนำมา
ตัดชุดที่มีระบายซ้อนทับกันเป็นชั้น ๆ บนผ้าชนิดอื่นก็สร้างความรู้สึกสบาย ดูสวยงามและหวานซั้งเป็นพิเศษ

ผ้าทัฟฟิต้า (Taffeta)

               เสน่ห์ของผ้าชนิดนี้คือ มีลวดลายในตัว โดยทั่วไปจะเป็นลายไม้ ค่อนข้าแข็ง เนื้อผ้าอยู่ทรง ผิวสัมผัสที่
หลากหลายขึ้นอยู่กับวัตถุดิบที่นำมาทอ อย่างไหมล้วนหรือผสมเส้นใยสังเคราะห์ ส่วนมากเป็นผ้าหนากว้างเมื่อนำมา
ตัดชุดจะเน้นความเรียบโก้แม้จะไม่มีการตกแต่งเลยก็ตาม แต่ราคานั้้นขอบอกว่าสมกับคุณภาพจริง ๆ

ผ้าวิคโคส (Vicose)

               ผ้าที่ส่วนผสมของเส้นไหมเทียม เยื่อไม้และเส้นใยของฝ้าย เนื้อจะแน่น เนียนละเอียดและค่อนข้างมีน้ำหนัก
แต่เมื่อนำไปอบไอน้ำ ผ้าจะนุ่มขึ้นทำให้สวมใส่สบาย อีกทั้งไม่ยับง่ายเหมาะอย่างยิ่งที่จะนำมาเป็นตัวเสื้อที่มีโครงสวย ๆ
หรือจะเป็นแบบเกาะอกเรียบโก้โชว์ลายผ้า เหมาะสำหรับเจ้าสาวที่ชอบความนุ่มนวลแต่เรียบหรู

ผ้าไหมไทย สองเส้น (Thai Silk 2 ply)

               ผ้าไหมถือเป็นราชินีแห่งผืนผ้าที่เลื่องชื่อด้านความคลาสสิก เนื้อบาง และมีความเงางามของเนื้อผ้า
สำหรับชุดท่อนบนหากนำมาวางเฉลียงจับเกล็ดตีแถบซ้อนทับกันหรือใช้ทำเป็นโบว์ก็เป็นดีเทลที่น่าสนใจไม่น้อย
หรือจะนำมาจับจีบทวิชเน้นช่วยสะโพกหรือรูดเป็นกระโปรงบานก็ช่วยให้ช่วงสะโพกดูดีขึ้น

ผ้าไหมไทย สี่เส้น (Thai Silk 4 ply)

               เป็นไหมละเอียดที่ไม่มีปุ่มปนนูนออกมา หากนำมาตัดเป็นเสื้อเกาะอกแบบเรียบ ๆ เพื่อโชว์เนื้อผ้าและ ความเงาวาว
ของเนื้อไหมก็ดูหรูหราและโก้เก๋ไม่บา ส่วนตัวกระโปรงหากตัดเป็นทรงเอไลน์ก็จะช่วยพรางสะโพกดูกลมกลึงขึ้น หรือตกแต่ง
เพิ่มด้วยงานปักที่รอยต่อช่วงเอวก็จะเพิ่มความโดดเด่นให้กับชุดได้อย่างดี โดยเฉพาะชุดไทย ไม่ว่าจะเป็นชุดไทยประยุกต์
หรือชุดไทยตามสมัยนิยมก็ตาม

ผ้าไหมเทียม (Rayon)

               เป็นผ้าไหมใยสังเคราะห์ที่ได้รับความนิยมมาก เพราะทนทานและราคาย่อมเยาเป็นผ้าหน้ากว้างสามารถนำมา
ตัดกระโปรงลากยาวหรือวางเฉียงทั้งตัวก็อยู่ทรงสาย อีกทั้งมีเฉดสีให้เลือกจนนับไม่ถ้วน

ผ้าไหมแก้ว (Silk Organza)

               ผ้าบางใสน้ำหนักเบา ทอจากใยไหมเส้นเล็ก เหมาะเหลือเกินสำหรับเจ้าสาวผอมเพรียว หากนำมาทำเป็นระบาย
กระโปรงเป็นชั้น ๆ จะช่วยสร้างเชพท่อนล่างให้ดูมีสะโพกมากขึ้นหรือนำมาจับรูดที่หัวไหล่ปิดพรางกระดกที่เห็นเด่นชัดได้อย่างดี
ทำให้ดูมีเนื้อมีหนังขึ้นมาได้เยอะ

ผ้าโปร่ง (Tulle)

               ผ้าโปร่งหรือผ้าตาข่ายเล็ก ๆ มีทั้งทอจากไหมแท้และไหมเทียม ส่วนมากจะนำมาใช้ทำเป็นเวล (Veil)
หรือจะคลุมหน้าเจ้าสาวสำหรับพิธีเข้าโบสถ์ ถ้าเป็นผ้าโปร่งแบบเนื้อที่แข็งส่วนมากจะนำมารูดเป็นสุ่มใส่ด้านในกระโปรงยาว
ช่วยเสริมให้ดูมีรูปมีเชพมากขึ้น ก่อนจะตัดสินใจเลือกผ้ามาตัดชุดแต่งงานสุดสวยแล้ว เหตุผลอีกประการที่เจ้าสาวต้องคำนึง
คือเรื่องของงบประมาณนั่นเอง ก่อนเลือกซื้อคิดทบทวนสักนิดนะคะ เพราะผ้าบางชนิดที่มีราคาแพง อาจจะให้งบประมาณ
ที่คุณจัดสรรไว้บานปลาย

.......................................................................................................................................................

- กลับหน้าแรก -

ขอขอบคุณข้อมูลดี ๆ จาก :: นิตยสาร I DO
นำเสนอขัอมูลโดย:: Centerwedding.com
จำนวนผู้เยี่ยมชม ::
51155115511551155115
ครั้ง