Please wait...
การจัดการทรัพย์สินของสามีภรรยา
เมื่อทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาแบ่งเป็น ๒ ประเภทดังกล่าวแล้วก็ต้องมาพิจารณา
ว่าทรัพย์สินประเภทใด ใครเป็นผู้มีอำนาจจัดการ ซึ่งอำนาจจัดการนี้รวมถึงอำนาจ ในการ
จำหน่าย จำนำ จำนอง หรือก่อให้เกิดภาระติดพันในทรัพย์สินนั้นรวมถึงการฟ้องคดี และต่อสู้คดี
เกี่ยวกับทรัพย์นั้นด้วย ซึ่งแยกพิจารณได้ดังนี้
(๑) สินส่วนตัว กฎหมายถือว่า สินส่วนตัวของใครคนนั้นก็เป็นผู้มีอำนาจจัดการ
(๒) สินสมรส เนื่องจากกฎหมายเห็นว่า สินสมรสเป็นทรัพย์สินร่วมกันระหว่าง
สามีภริยา จึงกำหนดให้ทั้ง ๒ ฝ่ายจัดการร่วมกัน แต่ก็อาจตกลงกันไว้ก่อนทำการสมรสก็ได้
ว่าจะให้ใครเป็นผู้จัดการ ในกรณีที่ต้องจัดการร่วมกัน หากคนใดคนหนึ่งทำไปเองก็อาจให้
้อีกฝ่าย หนึ่งให้ความยินยอมได้ แต่ถ้าทำไปเองโดยพลการนิติกรรมที่ทำไปนั้นก็ไม่สมบูรณ์
และคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งสามารถร้องขอให้ศาลเพิกถอนได้ การให้ความยินยอมนี้ กฏหมายมิได้
้กำหนดแบบไว้ ดังนั้นจะทำอย่างไรก็ได้ แต่ถ้านิติกรรมที่จัดทำนั้น กฎหมายบังคับว่าต้องทำ
เป็นหนังสือ การให้ความยินยอมก็ต้องทำเป็นหนังสือด้วย เช่น การทำสัญญาซื้อขายที่ดิน
กฎหมายบังคับว่า ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่
การให้ความยินยอมในกรณีนี้ จึงต้องทำเป็นหนังสือด้วย ๒. ความสัมพันธ์ส่วนตัว
ระหว่างสามีภริยา เมื่อมีการสมรสกันโดยถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ชายหญิงคู่นั้นก็ต้อง
มีความสัมพันธ์กันตามกฎหมาย คือ
(๑) ต้องอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา
(๒) ต้องช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูซึ่งกันและกัน ตามความสามารถและฐานะของตน
(๓) ภริยามีสิทธิใช้นามสกุลของสามีได้
(๔) ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถูกศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ
อีกฝ่ายหนึ่งย่อมเป็นผู้อนุบาล หรือผู้พิทักษ์แล้วแต่กรณี
ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่และบุตร
คือ เด็กที่เกิดมาในระหว่างที่พ่อแม่ ยังคงเป็นสามีภริยากันอยู่หรือภายใน ๓๑๐ วัน
นับแต่วันที่ การสมรสสิ้นสุดลง กฎหมายสันนิษฐานว่าเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของชาย
ผู้เป็นสามี
สิทธิหน้าที่ระหว่างบิดามารดา และบุตรชอบด้วยกฎหมาย
๑. พ่อแม่ต้องให้การอุปการะเลี้ยงดู และให้การศึกษาแก่บุตรตามสมควร ในระหว่าง
ที่บุตรยังเป็นผู้เยาว์ (อายุไม่เกิน ๒๐ ปีบริบูรณ์) ถ้าบุตรบรรลุนิติภาวะแล้ว พ่อแม่ก็ไม่จำเป็น
ต้องอุปการะเลี้ยงดูบุตร เว้นแต่บุตรจะเป็นคนพิการ และหาเลี้ยงตัวเองไม่ได้ พ่อแม่ก็ยังมีหน้าที่
ต้องอุปการะเลี้ยงดูต่อไป
๒. บุตรจำต้องอุปการะเลี้ยงดูพ่อแม่
๓. บุตรมีสิทธิใช้นามสกุลของพ่อ
๔. บุตรจะฟ้องบุพการีของตน เป็นคดีแพ่ง หรือคดีอาญาไม่ได้ แต่สามารถร้องขอ
ให้อัยการเป็นผู้ดำเนินคดีแทนได้ กฎหมายห้ามเฉพาะการฟ้องแต่ไม่ห้ามในกรณีที่บุตรถูกฟ้อง
แล้วต่อสู้คดี กรณีนี้ย่อมทำได้
๕. บุตรผู้เยาว์จะต้องอยู่ภายใต้อำนาจปกครองของพ่อแม่โดยพ่อแม่มีอำนาจ ดังนี้
๕.๑ กำหนดที่อยู่ของบุตร ๕.๒ เมื่อบุตรทำผิดก็ลงโทษได้ตามสมควร
๕.๓ ให้บุตรทำงานตามสมควรแก่ความสามารถและฐานานุรูป
๕.๔ เรียกบุตรคืนจากบุคคลอื่น ซึ่งกักบุตรของตนไว้โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
๕.๕ มีอำนาจจัดการทรัพย์สินของบุตรด้วยความระมัดระวัง
........................................................
ข้อมูลจาก:: กฎหมายกับความรัก โดย ศาสตร์ตราจารย์พิเศษวิชา มหาคุณ
. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .
|
ความหมายของการสมรส
|
การจดทะเบียนสมรส
|
ประโยชน์ของการจดทะเบียนสมรส
|
เงื่อนไขการสมรส
|
ผลของการฝ่าฝืนเงื่อนไขการสมรส
|
ผลของการหย่า
. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .
|
การสมรสที่เป็นโมฆียะ เป็นอย่างไร
|
การสมรสที่เป็นโมฆะ เป็นอย่างไร
|
การฟ้องหย่า
|
การจัดการทรัพย์สินของสามีภรรยา
|
ความสัมพันธ์สามีภรรยาตามกฏหมาย